วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทที่1

     บทที่  1
บทนำ
1.ความเป็นมาและความสำคัญ
        เนื่องจากปัจจุบันนี้โลกเราได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายอย่าง ทางด้านพฤติกรรมความคิดของวัยรุ่นในสมัยนี้มีการออกกำลังการน้อยลงมากและอาจทำให้เกิดผลเสียตามมา คือร่างกายไม่แข็งแรง สุขภาพไม่แข็งแรง มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย การเจริญเติบโตของร่างกายด้านความสูงขึ้นอยู่กับความยาวของกระดูก ซึ่ง การออกกำลังกาย จะทำให้กระดูกของวัยรุ่นมีความแข็งแรง คงทนและมีความหนา เนื่องจากร่างกายมีการเพิ่มการสะสมแร่ธาตุพวกแคลเซียมในกระดูก วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายจะมีกระดูกที่เล็ก เปราะบาง และการขยายขนาดความยาวไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้มีการเจริญเติบโตช้า แคระแกร็น
                มีผลต่อรูปร่างทรวดทรงรูปร่างของมนุษย์ ประกอบด้วยโครงกระดูกและกล้ามเนื้อที่ปกคลุมอยู่ เมื่อกระดูกมีการเจริญเติบโตน้อยและช้า กล้ามเนื้อมีปริมาณน้อยเพราะขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้บางคนมีรูปร่างผอมบางไม่แข็งแรง ซึ่งหากบางคนกินอาหารมากแต่ขาดการออกกำลังกายอาจจะมีไขมันใต้ผิวหนังมาก ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน และมีกล้ามเนื้อน้อย และทำให้การตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อคงรูปร่างในสภาพที่ถูกต้องเสียไป เป็นเหตุให้มีรูปร่างทรวดทรงไม่สมส่วน คือ มีรูปร่างผอมบาง หรือ อ้วนจนเกินไป และไม่สมประกอบ เช่น ขาโก่งหรือเข่าชิดกัน ศีรษะเอียง หรือตัวเอียง เป็นต้น
               
        นอกจากนี้ยังมีผลต่อสมรรถภาพทางกาย การออกกำลังกายมีผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางกายในด้านต่างๆ การออกกำลังกายชนิดที่ใช้แรงกล้ามเนื้อจะทำให้เกิดความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และการออกกำลังกายแบบไม่หนักมากแต่ใช้เวลานานติดต่อกันทำให้เพิ่มความอดทนโดยเพิ่มสมรรถภาพของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ขาดการออกกำลังกายจะเสียเปรียบในการเรียนวิชาพลศึกษาหรือเล่นกีฬา และมีการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่ำ ทำให้ปฏิกิริยาในการหลีกเลี่ยงอันตรายต่ำด้วย จึงมักได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติภัยได้ง่าย  มีผลในด้านสังคมและจิตใจ  การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นกลุ่มจะทำให้วัยรุ่นรู้จักปรับตัวเข้ากับสังคม มีจิตใจร่าเริง ไม่เซื่องซึม วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายมักเก็บตัว มีเพื่อนน้อย บางรายอาจหันไปหาอบายมุขหรือยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมปัจจุบัน
    ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายในวัยรุ่น จึงได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับวิธีการออกกำลังกาย พฤติกรรมการออกกำลังกายและประโยชน์ของการออกกำลังกายในวัยรุ่น

2.วัตถุประสงค์
     2.1 เพื่อศึกษาวิธีการออกกำลังกายในวัยรุ่นอย่างถูกวิธี
     2.2 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกำลังกายในวัยรุ่น
     2.3 เพื่อศึกษาประโยชน์ของการออกกำลังกายในวัยรุ่น

3. ขอบเขตการศึกษา
     3.1 ขอบเขตการศึกษา
        3.1.1 ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังกายในวัยรุ่น ในหนังสือ สื่อสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ และการสัมภาษณ์
        3.1.2 รวบรวมข้อมูลจาการศึกษาค้นคว้ามาจัดทำเป็นรูปเล่มตามรูปแบบของรายงาน       
4. สมมติฐาน
    การออกกำลังกายในวัยรุ่นทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย จิตใจและการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  มีบุคคลรอบข้างเข้าหา และยังช่วยในการฝึกให้เราเป็นคนกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออก
5.นิยามศัพท์
    5.1 กีฬา หมายถึง เป็นกิจกรรมหรือการเล่นเพื่อความสนุกเพลิดเพลินหรือเพื่อความแข็งแรงของร่างกาย หรือเพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพักผ่อน การแข่งขัน ความเพลิดเพลิน ความสำเร็จ การพัฒนาของทักษะ
    5.2 การออกกำลังกาย หมายถึง  การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งสร้างเสริมทักษะทางกีฬา การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่างๆ
    5.3 วัยรุ่น หมายถึง ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางร่างกายและจิตใจของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาระหว่างวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่
    5.4 สุขภาพดี หมายถึง การมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสวัสดิภาพทางสังคม อยู่ในสภาพดี
    5.5 บาสเกตบอล หมายถึง เป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่น 5 คน โดยใช้มือในการเล่นและพยายามทำคะแนนโดยการโยนลูกเข้าห่วงหรือตะกร้า (basket) ภายใต้กติกาการเล่นมาตรฐาน
    5.6 ฟุตบอล หมายถึง ฟุตบอล หรือ ซอกเกอร์ เป็นกีฬาประเภททีมที่เล่นระหว่างสองทีมโดยแต่ละทีมมีผู้เล่น11คน โดยใช้ลูกบอล เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกโดยจะเล่นในสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือ สนามหญ้าเทียม โดยมีประตูอยู่กึ่งกลางที่ปลายสนามทั้งสองฝั่ง เป้าหมายคือทำคะแนนโดยพาลูกฟุตบอลให้เข้าไปยังประตูของฝ่ายตรงข้าม 
6.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

   6.1 มีความรู้ในเรื่องการออกกำลังกายในวัยรุ่น
       6.2 รู้วิธีในการออกกำลังกายอย่างให้ถูกต้องเหมาะสม
       6.3 เผยแพร่ความรู้ให้กับวัยรุ่นไทยออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทที่2

บทที่  2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่องการออกกำลังในวัยรุ่น คณะผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.       ความรู้ทั่วไปเรื่องการออกกำลังการในวัยรุ่น
2.       ความหมายของการออกกำลังกาย
3.       วิธีการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
4.       ประเภทของการออกกำลังกาย
5.       ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

1.      ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย. (2560 – ออนไลน์ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมของร่างกายที่ช่วยสร้างเสริมและคงไว้ซึ่งสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งสร้างเสริมทักษะทางกีฬา การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่นโรคหัวใจโรคระบบไหลเวียนโลหิตเบาหวานและโรคอ้วน นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดได้
การออกกำลังเพื่อสุขภาพ. (2560 ออนไลน์) มีความสำคัญดังนี้
1.1 ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้นโดยทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้มาก ขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตต่ำ มีภูมิต้านทานโรคดีขึ้น และป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน    โรคอ้วน โรคข้อเสื่อม
           1.2 ช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้ทรงตัวดีขึ้น และทำให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น
           1.3 ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
           1.4 ช่วยลดความเครียด และทำให้การนอนหลับพักผ่อนดีขึ้น

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย.  (2560 ออนไลน์)  การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย    และสภาพของร่างกายเป็น ประจำสม่ำเสมอ จะเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่งที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายสิ่งหลายประการ


2. ความหมายของการออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย. (2560 – ออนไลน์ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย ดังนี้
การออกกำลังกาย ไม่ได้หมายถึง การที่จะต้องไปแข่งขันกีฬากับผู้อื่น แต่การออกกำลังกาย จะหมายถึง การที่เราเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ โดยใช้แรงของกล้ามเนื้อ จะส่งผลให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดได้ ซึงก่อให้เกิดการพัฒนาสุขภาวะที่ดี อันจะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับคุณภาพชีวิตวัยรุ่นก่อนที่จะออกกำลังกายมักจะหาเหตุผลต่างๆนาน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ปัญหาของสภาพอากาศ เป็นต้น แต่การออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมาย เพียงแค่ใช้วันละครึ่งชั่วโมงก็พอ และไม่จำเป็นจะต้องไปหาสถานที่กว้างๆหรือสถานที่สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะหรือเครื่องมือต่างๆให้เสียเวลา มีเพียงพื้นที่ให้เดินก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้มีรูปร่างที่ดูดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคอ้วน โรคมะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสดชื่น
การออกกำลังกาย. (2560 ออนไลน์)  การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้บุคคลนั้นประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการศึกษา ด้านการทำงาน เป็นต้น เนื่องจากผู้มีสุขภาพแข็งแรงจะมีความสามารถทางร่างกาย จิตใจ และเวลามากกว่าคนที่ไม่แข็งแรง  จึงอาจจะกล่าวได้ว่า การมีสุขภาพดีนั้นเป็นเรื่องที่คนทุกคนปรารถนา ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ อโรคา ปรมา ลาภา”  ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ  ซึ่งการที่เราจะมีสุขภาพที่ได้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการขอพรจากสิ่งศักดิ์ แต่เราทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง คือการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายนั้นเป็นทั้งยาป้องกันโรค ยารักษาโรค และยาบำรุงอย่างดีที่ไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากไปหาซื้อ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อคนทุกเพศทุกวัย
      3. วิธีการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

          
การออกกำลังกาย. (2560 – ออนไลน์) ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย ดังนี้
3.1. การออกกำลังกายให้ได้ผลดีที่สุดคือ คุณไม่ควรออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาที/ครั้ง และไม่ควรน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทางที่ดีควรจะหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะได้ปรับสมดุลอย่างสมบูรณ์แข็งแรง
3.2. ถ้าเหนื่อยจากการออกกำลังกายก็หยุด อย่าออกกำลังกายแบบหักโหม อย่าฝืนสังขารตัวเองและกำลังของตัวเองเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดได้ง่ายและเกิดอันตรายต่อร่างกายได้
3.3. ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งควรวอร์มร่างกายก่อนนิดหนึ่งเพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิให้ร่างกายพร้อมและเตรียมกล้ามเนื้อเพื่อยืดและคลายตัวอย่างยืดหยุ่น ส่วนเวลาที่ออกกำลังกายเสร็จก็ควรวอร์มอัพด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยลดการปวดเมื่อยในวันรุ่งขึ้น
3.4. เวลาที่ออกกำลังกายในช่วงแรกๆ คุณอาจจะรู้สึกปวดเมื่อยได้อย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำอาการปวดเมื่อยเหล่านั้นก็จะน้อยลง
3.5. คุณควรจะเปลี่ยนรูปแบบในการออกกำลังกายบ้างนะคะ เพื่อความสนุก เพิ่มความหลากหลาย และไม่น่าเบื่อ เพราะแต่ละกีฬาก็มีข้อดีแตกต่างกันออกไป ยังไงก็สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปบ้าง
           3.6. ควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายประมาณ 3 ชั่วโมง ประมาณ 2-3 แก้ว และในระหว่างเล่นก็ควรดื่ม 1-2 แก้ว เพื่อเป็นการชดเชยการสูญเสียน้ำระหว่างที่ออกกำลังกายและป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดอาการเกร็งเป็นตะคริว,คลื่นไส้หรือปวดหัว เนื่องจากภาวะขาดน้ำนั่นเอง
3.7. ไม่ควรดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกาย เพราะสารคาเฟอีน จะไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบระหว่างที่ออกกำลังกายได้


4. ประเภทของการออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย. (2560 – ออนไลน์ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย ดังนี้
          การออกกำลังกายแบ่งออกแบบง่ายๆ เป็น 3 ประเภท คือ การออกกำลังกายที่เน้นพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และปอด ,การออกกำลังกายที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายที่เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เดี๋ยวเรามาลองดูตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพกันได้มากยิ่งขึ้น 
                    4.1.การออกกำลังกายที่เน้นพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และปอด (Cardiovascular Respiratory Exercise) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า คาร์ดิโอ เบิร์น เป็นต้น ยกตัวอย่างกิจกรรมง่ายๆ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค ฯลฯ โดยส่วนสำคัญคือจะช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ ปอด มีสมรรถภาพที่ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่า หลายๆคนทำกิจกรรมแบบนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือให้ออกกำลังกายรูปแบบนี้อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
                   4.2.การออกกำลังกายที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ (Resistance Exercise) พอพูดถึงแบบนี้ทุกคนก็จะนึกถึง การยกน้ำหนักหรือเล่นเวท แน่นอน แต่จริงๆแล้วการออกกำลังกายแบบแรงต้านมีหลากหลายรูปแบบ โดยอาจจะใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน (วิดพื้น ซิตอัพ) ใช้แรงต้านจากยางยืด ใช้แรงต้านกับอุปกรณ์ภายในบ้านต่างๆ (กระเป๋า ขวดน้ำ หนังสือ) ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่บริหารมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สัดส่วนต่างๆมีความกระชับมากยิ่งขึ้น และสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก อาจจะมองว่าการออกกำลังกายแบบนี้ไม่จำเป็น แต่จริงๆ มีส่วนสำคัญอย่างมากเลยครับ เพราะจะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญขั้นต่ำให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยแนะนำบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย (สำหรับผู้หญิงไม่ต้องกลัวกล้ามใหญ่นะครับ เพราะผู้หญิงมีฮอร์โมนในร่างกายที่แตกต่างกับผู้ชาย เพราะฉะนั้นกล้ามไม่ใหญ่เหมือนผู้ชายแน่นอนครับ)
                   4.3.การออกกำลังกายที่เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่าง(Flexibility Exercise) หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า ยืดเหยียด อ่อนตัว ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรม เช่น โยคะ พิลาทิส ไทชิ ชี่กง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น หลายๆ คนอาจจะงงว่า กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมีประโยชน์อย่างไร ลองนึกง่ายๆ ว่า
ถ้ากล้ามเนื้อเราเหมือนหนังสติ๊ก เวลาเราเก็บหนังสติ๊กไว้นานๆ แล้วพอมาดึง จะเป็นยังไงครับ ก็จะขาดใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราใช้อยู่เป็นประจำ กว่าจะขาดก็ต้องใช้เวลาใช่ไหมครับ ก็เปรียบเหมือนกล้ามเนื้อเรา ถ้าไม่เคยยืดเหยียดเลย พอเราก้มไปยกของหนักๆก็จะปวดหลังทันที แต่ถ้ากล้ามเนื้อเรามีความยืดหยุ่นก็จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ โดยสามารถทำได้เป็นประจำ อย่างน้อยทุกครั้งหลังออกกำลังกายก็จะดี
5. ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย. (2560 – ออนไลน์ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกาย ดังนี้
          5.1. ช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
          สมองก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่มีการเสื่อมลงตามวัย แต่การออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ ทำให้สามารถคิดและจดจำได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายนอกจากนี้การออกกำลังเป็นประจำ ยังทำให้ดูกระฉับกระเฉง มีสมาธิในการเรียนรู้ได้ดีกว่า
          5.2. ทำให้กระดูกแข็งแรงหนาขึ้น
          การกินแคลเซียมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น ควรอออกกำลังกายควบคู่ไปกับการกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง
          5.3. ทำให้ผิวสวย
          การออกกำลังกายจะช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น ยิ่งร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้นเพียงใด ก็จะยิ่งช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้มากขึ้นเท่านั้น จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น
          5.4. ลดความเครียด
          การออกกำลังกาย ช่วยลดความวิตกกังวล ผ่อนคลายความเครียดได้ เนื่องจากในระหว่างการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์หรือสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น นอกจากนี้การที่ร่างกายได้เคลื่อนไหว จิตใจก็ได้เคลื่อนไหวไปด้วย   ทำให้ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่กังวลอยู่ ส่วนการออกกำลังกายแต่ละชนิด มีผลต่อสมองต่างกันการออกกำลังกายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการทำสมาธิ เช่น โยคะ หรือไทเก๊ก จะช่วยผ่อนคลายความเครียดในสมองได้มากกว่า การออกกำลังกายประเภทที่ต้องออกแรงมากๆ
         
          5.5. ช่วยผ่อนคลายภาวะการปวดประจำเดือน
          วิธีธรรมชาติที่ช่วยรักษาอาการปวดท้องเมนได้ดีที่สุด คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ว่ายน้ำ หรือแอโรบิค ถ้าไม่มีเวลาก็ออกกำลังง่าย ๆ ด้วย การซิท-อัพตอนเช้าก็ได้ ยิ่งใกล้รอบเดือน ก็ยิ่งควรซิท-อัพไว้ล่วงหน้า เพราะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณมดลูกมีความยืดหยุ่นทำงานได้ดีขึ้น
        
  5.6. ลดอาการท้องผูก
          การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเร็ว ๆ การวิ่งเหยาะ การว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ระบบขับถ่ายได้ระบายของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
มากขึ้น
           

5.7. ทำให้หลับง่ายขึ้น
          การออกกำลังกายในช่วงเย็น ช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายมีผลโดยตรงกับระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
          5.8. ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
          การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนแข็งแรง ทำให้หุ่นกระชับสมส่วน

วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทที่3

บทที่  3
วิธีดำเนินการศึกษา
       รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องการออกกำลังกายในวัยรุ่น มีวิธีดำเนินการศึกษาดังต่อไปนี้
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง/แหล่งข้อมูล
        แหล่งข้อมูล  คือการศึกษารายงานการออกกำลังกายในวัยรุ่น ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ประโยชน์ของการออกกำลังกาย และพฤติกรรมของการออกกำลังกายของวัยรุ่นทั่วไป
        การเลือกข้อมูล เลือกจากเว็บไซต์หรือหนังสือในห้องสมุดที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการออก    กำลังกาย วิธีการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี หรือการเล่นกีฬาของวัยรุ่น
 3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล
        3.2.1 กำหนดหัวเรื่องหรือประเด็นที่จะศึกษา
        3.2.2 เริ่มค้นคว้าจากแหล่งความรู้ เช่น ห้องสมุด ร้านหนังสือ สื่อสารสนเทศ และจากการสัมภาษณ์ผู้รู้ ในหัวข้อดังต่อไปนี้
            1.ศึกษาจากหนังสือหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย
            2.บันทึกข้อมูลที่ได้รับ และเรียบเรียงข้อมูลที่ได้
            3.นำไปให้ครูผู้สอน  ตรวจสอบความถูกต้องและความครอบคลุมของเนื้อหา แก้ไขตามคำแนะนำ
        3.2.3 รวบรวบข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์และเรียบเรียงข้อมูลตามหัวข้อที่ต้องการ เพื่อนสรุปองค์ความรู้
        3.2.4 จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงข้อมูลและจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่ผลงาน
        3.2.5 นำองค์วามรู้ที่ได้รับนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันและสังคม


วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทที่4

บทที่  4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
        รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่องการออกกำลังกายในวัยรุ่น ผู้ศึกษาได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 3 ประการ คือ
    1. เพื่อศึกษาวิธีการออกกำลังกายในวัยรุ่นอย่างถูกวิธี
        2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกำลังกายในวัยรุ่น
        3. เพื่อศึกษาประโยชน์ของการออกกำลังกายในวัยรุ่น
วิเคราะห์ผลตามวัตถุประสงค์
        1. การออกกำลังกายไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าคุณต้องออกกำลังกายด้วยความเหมาะสม ด้วยความพอดี เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย
        2. วัยรุ่นในสมัยนี้มีการออกกำลังการน้อยลงมากทำให้เกิดผลเสียตามมา คือกระดูกมีการเจริญเติบโตน้อยและช้า กล้ามเนื้อมีปริมาณน้อยเพราะขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้บางคนมีรูปร่างผอมบางไม่แข็งแรง ซึ่งหากบางคนกินอาหารมากแต่ขาดการออกกำลังกายอาจจะมีไขมันใต้ผิวหนังมาก ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน และมีกล้ามเนื้อน้อย และทำให้การตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อคงรูปร่างในสภาพที่ถูกต้องเสียไป เป็นเหตุให้มีรูปร่างทรวดทรงไม่สมส่วน คือ มีรูปร่างผอมบาง หรือ อ้วนจนเกินไป และไม่สมประกอบ เช่น ขาโก่งหรือเข่าชิดกัน ศีรษะเอียง หรือตัวเอียง เป็นต้น
        3. การออกกำลังกายในวัยรุ่นทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย จิตใจและการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  มีบุคคลรอบข้างเข้าหา และยังช่วยในการฝึกให้เราเป็นคนกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออก


วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทที่5

บทที่  5
สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
1. สรุปผล
        การออกกำลังกายไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าคุณต้องออกกำลังกายด้วยความเหมาะสม ด้วยความพอดี เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย ซึ่งวัยรุ่นในสมัยนี้มีการออกกำลังการน้อยลงมากทำให้เกิดผลเสียตามมา คือกระดูกมีการเจริญเติบโตน้อยและช้า กล้ามเนื้อมีปริมาณน้อยเพราะขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้บางคนมีรูปร่างผอมบางไม่แข็งแรง ซึ่งหากบางคนกินอาหารมากแต่ขาดการออกกำลังกายอาจจะมีไขมันใต้ผิวหนังมาก ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน และมีกล้ามเนื้อน้อย และทำให้การตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อคงรูปร่างในสภาพที่ถูกต้องเสียไป เป็นเหตุให้มีรูปร่างทรวดทรงไม่สมส่วน คือ มีรูปร่างผอมบาง หรือ อ้วนจนเกินไป และไม่สมประกอบ เช่น ขาโก่งหรือเข่าชิดกัน ศีรษะเอียง หรือตัวเอียง เป็นต้น
        การออกกำลังกายในวัยรุ่นทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย จิตใจและการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  มีบุคคลรอบข้างเข้าหา และยังช่วยในการฝึกให้เราเป็นคนกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออก
2. อภิปรายผล
        การออกกำลังกายมีผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางกายในด้านต่างๆ การออกกำลังกายชนิดที่ใช้แรงกล้ามเนื้อจะทำให้เกิดความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และการออกกำลังกายแบบไม่หนักมากแต่ใช้เวลานานติดต่อกันทำให้เพิ่มความอดทนโดยเพิ่มสมรรถภาพของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด และการออกกำลังกาย ช่วยลดความวิตกกังวล ผ่อนคลายความเครียดได้ เนื่องจากในระหว่างการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์หรือสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น นอกจากนี้การที่ร่างกายได้เคลื่อนไหว จิตใจก็ได้เคลื่อนไหวไปด้วย   ทำให้ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่กังวลอยู่ ส่วนการออกกำลังกายแต่ละชนิด มีผลต่อสมองต่างกันการออกกำลังกายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการทำสมาธิ เช่น โยคะ หรือไทเก๊ก จะช่วยผ่อนคลายความเครียดในสมองได้มากกว่า การออกกำลังกายประเภทที่ต้องออกแรงมากๆ
        ผู้ที่ขาดการออกกำลังกายจะเสียเปรียบในการเรียนวิชาพลศึกษาหรือเล่นกีฬา และมีการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่ำ ทำให้ปฏิกิริยาในการหลีกเลี่ยงอันตรายต่ำด้วย จึงมักได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติภัยได้ง่าย  มีผลในด้านสังคมและจิตใจ  การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นกลุ่มจะทำให้วัยรุ่นรู้จักปรับตัวเข้ากับสังคม มีจิตใจร่าเริง ไม่เซื่องซึม วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายมักเก็บตัว มีเพื่อนน้อย บางรายอาจหันไปหาอบายมุขหรือยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมปัจจุบัน
3.ข้อเสนอแนะ


1. ควรมีการจัดทำเนื้อหาของโครงงานให้หลากหลายและมีเนื้อหาที่ออกมาหลายๆรูปแบบ